ความรักดี ๆ อยู่ที่ไหน

โดย: สนิม22 [IP: 49.228.42.xxx]
เมื่อ: 2021-02-09 07:13:59
ความรักดีๆอยู่ตรงไหน?



“ดูคนรอบรอบตัว มองดูคนใดกันคนไหนกันเขารักกัน..” ทันเพลงนี้กันไหมนะครับ น่าจะง่ายเกินความจำเป็น หากเอาเพียงแค่เนื้อเพลงมาเขียนเป็นบทความความรัก (แม้กระนั้นก็อดที่จะร้องในใจมิได้ เมื่อใช้ชื่อเนื้อหานี้ ) มีไม่น้อยเลยที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยรู้สึกมีปัญหานี้ โดยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเพลง กับปริศนาที่ว่า ความรักดีๆอยู่ที่แหน่งใด?… กัน

บางทีอาจดูอย่างกับว่าเป็นปริศนาของคนไม่มีคนรัก แต่ว่าไม่ใช่แค่นั้น คนผิดหวัง หรือผู้ที่เริ่มจะมีสิ่งไม่ดีเรื่องรักเกิดขึ้นกับตัว ในประมาณว่า เพราะอะไรผลสรุปไม่เป็นดังหวัง? คำตอบเป็นไปได้หลายทาง แม้กระนั้นหากเขียนเนื้อหาของบทความความรักแล้วโยงเข้าความจริง ธรรมมะ ก็ไม่น่ามีอะไรให้เขียนเท่าไรนัก แม้ว่าจะเป็นจริงแม้กระนั้นก็ราวกับดึงทุกอย่างขมวดปมลงจุดหมายปลายทางท้ายที่สุดไปเสียหมด เขียนอ่านกันแบบผู้ที่อยู่กลางทางรู้เรื่องกัน ราวกับประสาเพื่อนคุยกันเลยดีกว่า

ความรักดีๆอยู่ที่แห่งไหน?

ก่อนที่จะไปปัญหาว่า “อยู่ที่แห่งไหน?” สำหรับบางบุคคลบางทีอาจสะดุดใจตั้งแต่ “มีหรือเปล่า” เนื่องจากว่าความแตกต่างในหัวข้อนี้มีหลายมุมมอง ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเมื่อผ่านอะไรไป (หรือผ่านอะไรมา) ย่อมมีทัศนคติในแบบหนึ่ง ดูในด้านบวกที่สุด รักดีๆมีแน่ มีอยู่ทั่วๆไป มองในแง่ร้ายก็คิดไปได้ว่า มันไม่มี เสมือนรักจริงไม่มีจริง..

รักย่อมเป็นสิ่งที่โต้แย้งกันยาก หรือโต้แย้งกันไปก็ไร้ประโยชน์ จะมีหรือเปล่า ขั้นต่ำถ้าหากจะคิดตรึกตรองพวกเราก็จำต้องดูด้วยใจจริงเป็นกลาง ไม่เอาเพียงแต่ประสบการณ์ของพวกเราเป็นที่ตั้ง หรือ มัวแต่สิ่งที่ต้องการของพวกเราเอง เหมือนพวกเรามุ่งมาดไว้สูงเกินความจำเป็นว่ารักดีๆควรจะเป็นเช่นไร อย่างงี้อาจอ่อนเพลียเหลือเกินที่กำลังจะได้รักดีๆหรือวินิจฉัยในทันทีว่ารักดีๆอาจจะไม่มีจริง…

บอกแทนกันมิได้… แต่ว่า

จากย่อหน้าที่ผ่านไป หากแม้มองดูในมุมที่ “ความรักดีๆมีอยู่” นั้น แต่ว่ามันก็มียังมีปริศนาที่ว่า แล้ว “ความรัก แบบไหนที่ว่าดี?” นี่เองก็เลยเป็นเหตุผลหวานใจดีอยู่ไหนนั้นทดแทนกัน หรือบอกแทนกันตรงๆยกตัวอย่างเช่น อยู่อิตาลี อยู่เมืองบาเซโลน่า อยู่โชคชัย 4 หรือที่หน้าพาราก้อน นั้นมันคงจะไม่ใช่ แล้วก็ถึงแม้ยังไม่เคยทราบอยู่ที่ใด แม้กระนั้นโดยส่วนมาก พวกเราก็จะประเมินความรักที่ดี จะต้องมี “คุณลักษณะ” อะไรบางอย่าง..

มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่น่าดึงดูดจับใจความโดยคร่าวๆไว้ว่า มนุษย์เราพร้อมที่จะ “ปรับสเปค” (คุณลักษณะ) ลงมาเมื่อพบว่าสิ่งดีๆ(ที่อยาก) นั้นอยู่เกินเอื้อมเกินความจำเป็น อ้างอิงศึกษาค้นคว้าอีกครั้งจากในหนังสือ The Upside of irrationality เป็นหนังสือเกี่ยวกับการกระทำ (จิตวิทยา) มีส่วนหนึ่งยกตัวอย่างไว้ทำนองว่า โดยพื้นฐานพวกเราล้วนอยากได้ ชายหนุ่มหล่อ สาวสวย อย่างศิลปิน ซุปเปอร์สตาร์มาเป็นคู่รักกันทั้งหมดทั้งปวง แต่ว่าพวกเราก็พร้อมที่จะ “ปรับนิสัย” เพิ่ม/ลด คุณลักษณะบางสิ่งบางอย่างไปดังที่ใกล้เคียงหรือเหมาะสมกับตนเอง (เลิกฝันจะมีคู่รักศิลปิน เนื่องจากรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้) ฟังมองน่าดูดีมีเหตุมีผลว่าไหม?

แต่ว่าชีวิตจริงนอกตำราสำหรับในการปรับนิสัยนั้นบางครั้งใช่ว่าเป็นผลมาจากเหตุผลตามที่เป็นจริง(จากตัวเรา) มันอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะการเปรียบเทียบและก็สภาพแวดล้อม แบบอย่างกล้วยๆตัวอย่างเช่น คุณมองเห็นอัปลักษณ์ได้แฟนสวย คุณก็บางทีอาจมีความคิดว่าแบบนี้คุณก็มีได้ หรือ ในอดีตกาลคุณกำเนิด (บังเอิญ) ได้แฟนสวย (สมมุติคุณใบหน้าไม่ดีเยอะแค่ไหน) เมื่อไปกันไม่รอด เลิกไป ในเวลาที่คุณจะมีคู่รักใหม่ คุณย่อมไม่ได้อยากต้องการที่จะยอมลดมาตรฐานลง (จำเป็นต้องได้หน้าได้ตาตาดีดังเดิม) ซึ่งบางทีอาจเป็นได้ว่ามิได้มีเหตุที่เกิดจากตัวคุณเอง แม้กระนั้นมีต้นเหตุมาจากสายตาบุคคลอื่น หรือสภาพแวดล้อมก็ได้ด้วยเหมือนกัน อย่าง กลัวถูกดูแคลน กลัวคนรักเก่าเย้ยหยัน (เป็นการยกตัวอย่างอย่างง่าย มิได้กล่าวว่าคนเค้าหน้าไม่ดีจะมีคนรักดูดีมิได้)

“ดีวันนี้ บางทีอาจไม่ดีวันหลัง”

ส่วนตัวก็เคยมีประสบการณ์ยุคเรียนมัธยม ในช่วงเวลานั้นกำลังชื่นชอบกันกับรุ่นน้องคนหนึ่ง คุณผอมบางผิวเข้ม ข้อความสำคัญตรงผิวเข้มนี้เอง ทำให้เหล่าสหายๆล้อจนถึงผมทนไม่ได้ เลิกพอใจน้องเขาซนๆ(รู้สึกไม่ถูกจนกระทั่งวันนี้) ฟังดูอย่างกับว่าเพื่อนพ้องๆแบ่งผิว (racism) แต่ว่ามันก็เป็นในมุมวัยคึกคะนองมากยิ่งกว่า แล้วก็ขณะนั้นเป็น puppy love รักแบบเด็กๆแต่ว่าก็นี่แหละแบบอย่างหนึ่งของการมิได้ตกลงใจเลือกอะไรด้วยตัวเองจริงๆ

ส่วนใดส่วนหนึ่งการปรับตัวในที่นี้บางครั้งก็ไม่ใช่ลักษณะในทางบวก บางทีอาจถือเป็นการ “เปลี่ยน” มากยิ่งกว่า “ปรับนิสัย” โดยเป็นอย่างมากเมื่อมีการเปรียบ เช่น มองเห็นเพื่อนพ้อง มองเห็นผู้อื่น ได้ผัวมีฐานะทางการเงินดี ได้ท่องเที่ยวที่ต่างๆรวมทั้งเมื่อกลับมามองดูของตน เล่นแม้กระนั้นเกมส์ แต่งรถยนต์ สะสมของที่พวกเรามิได้ถูกใจด้วย ในทำนองนี้ ก็จะคิดว่าตนมิได้คนดีราวกับสหาย ในขณะที่บางอย่างนั้นพวกเราก็มิได้ถูกใจ ได้แก่ การได้ท่องเที่ยว มันก็ไม่ใช่วัตถุประสงค์การมีรัก การมีคู่ หรือชีวิตที่คุณเห็นว่าดีอย่างแท้จริงเลย ไม่รวมทั้งว่า ผัวสหายคนนั้นอาจมีคุณลักษณะอื่นที่ห่วยสำหรับคุณล้นหลามก็เป็นไปได้

มนุษย์เราต้องมีสิทธิเลือก บางครั้งคุณก็เลือกแล้วนะ..

มนุษย์เราต้องมีสิทธิเลือก บางทีคุณก็เลือกแล้วนะ.. แบบอย่าง (แบบชัดง่ายดังเช่นเดิม) มีสตรีคนหนึ่งปิ๊ง (แอบรัก) กับเพศชายคนหนึ่ง ซึ่งวันนั้นเขายืนดูดบุหรี่อยู่กับเพื่อนฝูง ผ่านไปไม่นานตกลงคบ รัก กัน อยู่ไปครู่หนึ่ง คุณพร่ำบ่นเขาไป “เมื่อไรจะเลิกยาสูบสักครั้ง..” แบบนี้โทษคนไหนกันแน่ หญิงคนนี้จะอ้างก็ได้ว่าประสงค์ดีอยากที่จะให้เขาร่างกายแข็งแรง แม้กระนั้นเดี๋ยวนี้ใช่แน่หรือ? เพศชายคนนี้ยังเป็นคนดี หรือดีไม่เพียงพอเสียแล้ว.. อ่อคำตอบบางทีอาจเป็น เขาดีนะ แต่ว่า.. (เพราะว่ามีคำว่า “แต่ว่า..” ยังไง)

ที่ยกตัวอย่างไปอาจมองว่า มีแต่ว่าเรื่อง “รูปกายข้างนอก” หรือคุณลักษณะด้านนอก ไม่น่าจะใช่รักดีๆซึ่งมันก็เป็นแบบนั้น เพียงแต่ว่ามันเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัด เข้าใจง่ายไม่สลับซับซ้อนเท่าคุณลักษณะอื่นๆที่ต้องการที่จะให้คิดว่า เพียงแค่ด้านนอกพวกเรายังไม่บางทีอาจตกลงใจได้เลยว่า “แบบไหนดีกับพวกเราจริง” หรือสามารถถูกสังคม สภาพแวดล้อมเท่าให้พวกเรา สับสนได้ แล้วรักดีๆด้วยคุณลักษณะด้านใน ท่าทางนิสัย อยู่ที่ใด มันก็ยากจะมั่นใจ เนื่องจากพวกเราบางทีอาจอีกทั้ง “แปรไป” หรือ “ปรับพฤติกรรม” ใหม่ไปในทางที่รู้สึกว่า “ดี” สรุปกล้วยๆ“ดีวันนี้ บางทีอาจไม่ดีวันหน้าวันหลัง” ก็ได้นะ…

รักดีๆก็ควรจะอยู่กับคนดีๆ

มีเรื่องมีราวหนึ่งซึ่งชอบกล่าวกันว่า “ถูกใจคนดี แต่ว่ารักคนชั่ว” ถ้าหากเป็นอย่างนี้จริง คุณว่าได้โอกาสที่จะพบรักดีไหมขอรับ? ว่ากันตามจริงมันอาจยาก ที่แท้พวกเรามิได้ถูกใจคนสารเลวกันหรอกนะครับ แต่ทว่าพวกเราทุกคนล้วนขาดตกบกพร่อง และก็ลึกๆพวกเรารู้แก่ใจ ถ้าหากพบผู้ใดกันที่เขาดูแล้วว่า “ดีเยี่ยม” มาคบกับพวกเรา มันก็จะไม่เหมาะสม เพราะเหตุว่าเขานั้นเข้าเกณฑ์ “ดีเกินความจำเป็น” ส่วนตัวสำหรับเรา แม้กระนั้นดีเหลือเกินตั้งแต่ต้น กับคบไปเพิ่งจะมาบอกว่า “ดีเกินความจำเป็น” อันนี้คนละกรณี เนื่องจากว่าที่แท้ใครๆก็อยากได้คนดี แต่ว่าคนดีก็ตามที่บอกดีมนุษย์เรามันแตกต่างกัน..

ความเหมาะสมก็ต้องเป็นไปในความเหมาะสม พวกเรามิได้ดีพร้อม (เรื่องจริงเขาก็คงจะเหมือนกัน) แต่ว่า (มีแต่ว่าอีกนั่นแหละ) ว่า ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย “กดตนเอง” มากจนเกินความจำเป็น พอลึกๆในจิตใจเห็นว่าตนเป็นคนพาล อาจมองเข้าขั้นว่าพวกเราชั่วช้า หรือต้อยต่ำ สามัญสำนึกก็เลยปรับไปว่าก็ควรจะได้คนหยาบช้า คนอัลธพาลเหมาะสมกัน มันเกิดเรื่องจริงครับผม แต่ว่ายากจะรู้สึกตัว รวมทั้งเปลี่ยนเป็นว่ารังแกตนเองทางอ้อม ด้วยการเลือกคนอัลธพาล แล้วก็รู้สึกว่าเขาคนนี้เหมาะสมกับพวกเราแล้ว

มั่นใจว่าคุณจะต้องเคยประสบพบเห็น แล้วก็ฉงนใจ เพราะเหตุใดผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยยังทนอยู่กับคนชั่ว แล้วมองเขาก็รู้สึกตัว ปัจจัยจำนวนมากก็ชอบราวกับที่ชี้แจงไป แม้กระนั้นก็ยังมีอีกแบบเป็นตรงกันข้าม คิดว่าตัวเองเก่งเกินความจำเป็น บอกให้ง่ายเป็น “เด่น” เกินจริง แบบนี้ก็เลยมองหาแม้กระนั้นผู้ที่บริบูรณ์(ในสายตาตน) ถ้าเกิดวันหนึ่งปรับพฤติกรรม (คิด) ได้ก็บางทีอาจได้เจอผู้ที่สมควร แต่ว่าถ้าหากไม่ก็ไม่มีคู่ครองถัดไป (ฮ่า) รักดีๆก็เลยไม่มีสักครั้ง.. แต่ว่าแง่นี้ล่อแหลม เนื่องจากว่าแท้จริง พวกเราบางทีอาจยังไม่พบผู้ที่สมควรจริงๆก็ได้ มิได้หลงตัวเอง และก็ชีวิตที่ไม่มีคู่รัก ไม่ใช่เลวไปเสียหมด ไม่ผิดอะไรที่จะดำรงชีวิตผู้เดียว

รักดีๆย่อมอยู่กับคนดี ดีขนาดไหนที่สมควร ก็ตามทีใคร่ครวญกันไป เพียงแค่ สิ่งที่อันตรายเป็นผู้ที่ “ดูตนเองห่วยแตกเกินความจำเป็น” มองดูตนเองในด้านร้าย กดตนเองเกินความจำเป็น ราวกับที่เขียนไปแล้ว ก็เลยไม่เอา “คนดี” เมื่อคบแม้กระนั้นคนชั่ว รักดีๆก็เลยไม่เคยทราบว่าอยู่ตรงไหนในความนึกคิดตน..

รักดีๆบางทีอาจอยู่ที่ตัวเราเอง

ที่เขียนมา เป็นแต่ว่ามุมที่พวกเรามองดูแม้กระนั้นอีกข้าง ตรึกตรองแต่ว่าผู้อื่น บางโอกาส สุดที่รักดีๆไม่มาสักครั้ง ก็เนื่องจากพวกเรานี่แหละไม่ไตร่ตรองตนเอง (ซึ่งน่าจะเป็นอย่างแรกที่ควรจะหา) การไม่ดูแลตนเองให้ดีเพียงพอ ทั้งยังภาพลักษณ์ รวมทั้งนิสัยใจคอ ความประพฤติปฏิบัติต่างๆถึงแม้เพียงแค่จนกระทั่งการดำรงชีวิต ที่พวกเราไม่ใส่ใจ มันบางทีอาจสะท้อนไปยังนิสัยอะไรบางอย่างให้คนดีๆเขาวินิจฉัยไปว่า “ไม่เหมาะสม” เหมาะสมกัน แต่ว่านี่ก็เป็นเพียงแต่พื้นฐาน…

ที่สำคัญกว่าน่าจะเป็นที่ว่าทัศนคติต่อ “ความรัก” หรือ ชีวิตของการการเป็นสามีภรรยาของพวกเราเป็นเยี่ยงไร ในผู้ที่ไม่มีแฟนมานานกับ ผู้ที่มีคนใดกันมาผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย บางทีอาจให้นิยามหรือสอบถามหาความรักดีๆที่ต่างกัน เนื่องจากว่ารักดีๆไม่ใช่ข้าวของที่ตั้งอยู่ แล้วพวกเราเดินทางไปหา ผมเห็นว่าเป็น “คุณลักษณะ” อะไรบางอย่างตามที่เขียนไป รักดีๆของผู้ใดกันแน่ก็เลยเป็นเพียงแต่ “ความซื่อ” ก็เลยเป็นเพียงแค่ “ที่ปรึกษา” ก็เลยเป็นเพียงแค่ “คนรู้เรื่อง” หรือเป็นผู้ใดกันแน่ “เป็นที่ยอมรับในความเป็นพวกเรา” แม้กระนั้นโน่นก็คงจะไม่เท่า พวกเราเห็นด้วยตนเองศึกษาที่จะถูกใจว่า ไม่มีรักไหนดีเยี่ยมที่สุดดังเดิมไปเสมอ รวมทั้งพวกเรารู้เรื่องหรือยังว่า รักดีของพวกเราควรมีคุณลักษณะใดบ้าง..

ซึ่งท้ายที่สุดจะต้องไม่ลืมเลือนว่า รักไม่ใช่พวกเราที่วินิจฉัยฝ่ายเดียว เขาก็มีสิทธิ์ด้วยเหมือนกัน เขาบางทีอาจไม่ใช่รักดีๆ(ดีเยี่ยมที่สุด) ที่พวกเราปรารถนา แต่ว่าพวกเราบางทีอาจเป็นรักดีๆที่เขาอยากก็ได้นะ แบบนี้ รักดีๆบางทีอาจเป็นการ “เป็นหวานใจ” ให้ใครสักคน หรือของใครสักคน ซึ่งเขาให้ค่ารักพวกเรามากพอ พวกเราก็แค่พึงพอใจรับไว้รวมทั้งรักษามัน ซึ่งมันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งมวล ตั้งแต่แนวทางการทำให้ตนเองเป็นสุดที่รัก หรือเห็นด้วยรัก โดยไม่ต้องดิ้นรนค้นหา

ไม่ว่ารักดีๆของคุณจะอยู่ตรงไหน ยังไม่มี ยังไม่มา อยู่ข้างกายแล้วหรือเช่นไร ก็ขอให้โชคดี ทุกคนที่อ่านเนื้อหานี้พบรักดีๆทุกคน ครับผม



สนับสนุนโดย https://thejackpot-th.com/


ชื่อผู้ตอบ: